วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

ปชช. เสี่ยงเจ็บป่วยและเกิดอุบัติภัยสูง

 

          เตือนฤดูหนาวเป็นช่วงที่ประชาชนมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย และได้รับอันตรายจากอุบัติภัยต่างๆ แนะดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงและอบอุ่นอยู่เสมอ รวมทั้งระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับไฟ และการขับรถช่วงที่หมอกลงจัด

          ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว  หลายพื้นที่มีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสภาพอากาศหนาวเย็นจำนวนมาก  ในช่วงที่สภาพอากาศหนาวเย็นเป็นช่วงที่ประชาชนมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย และได้รับอันตรายจากอุบัติภัยต่างๆ  ที่มักเกิดในช่วงฤดูหนาว เช่น  อัคคีภัยจากสภาพอากาศแห้ง  อุบัติเหตุทางถนนในช่วงที่หมอกลงจัด จึงขอเตือนให้ประชาชนดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและอบอุ่นอยู่เสมอ  โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว   เช่น  โรคหัวใจ  เบาหวาน อัมพาต เป็นต้น ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น  ควรสวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ  เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพอ  หมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอ  เพื่อสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย  ไม่อาบน้ำหรือสระผมด้วยน้ำเย็นจะช่วยป้องกันโรคแทรกซ้อนและการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ  หากเป็นหวัดให้รีบไป พบแพทย์ทันที  เพื่อป้อง กันการติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่อาจแพร่ระบาดเป็นระลอกที่ 2 ในช่วงฤดูหนาว 

          ช่วงเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นช่วงที่มีสถิติการเกิดเพลิงไหม้สูงกว่าปกติ เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงฤดูหนาวมีความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศต่ำ ประกอบกับลมพัดแรง หากเกิดเพลิงไหม้จะลุกลามอย่างรวดเร็ว และยากต่อการควบคุมเพลิง  เพื่อป้องกันเพลิงไหม้  ประชาชนควรเพิ่มความระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับไฟทุกประเภท  ปิดสวิตซ์ไฟ   ถอดปลั๊กไฟ ปิดวาล์วถังก๊าซ ดับธูปเทียนให้สนิท หลีกเลี่ยงการเผาขยะในช่วงที่ลมกระโชกแรง  ไม่ก่อกองไฟผิงให้ความอบอุ่นกับร่างกายใกล้บ้านเรือน  เพราะสะเก็ดไฟอาจปลิวไปติดบ้านเรือน ทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้

          นอกจากนี้  ในช่วงเช้าของฤดูหนาวยังมีหมอกลงจัด ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี จึงเป็นอีกช่วงหนึ่งที่มักเกิดอุบัติเหตุทางถนนเป็นประจำ  ผู้ขับขี่ควรเปิดไฟส่องสว่างหน้ารถ และไฟตัดหมอก ไม่ขับรถเร็ว เว้นระยะห่างจากรถคันอื่นให้มากกว่าปกติ หากมีฝ้าเกาะตามกระจกให้ลดกระจกรถลง กรณีหมอกลงจัดจนไม่สามารถมองเห็นเส้นทางได้อย่างชัดเจน ให้หยุดรถในบริเวณที่ปลอดภัย และรอจนกว่าทัศนวิสัยจะดีขึ้น จึงค่อยขับรถต่อไป  






ที่มา: กรมป้องกันบรรเทาสาธารณะภัย กระทรวงมหาดไทย


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น